• วัดระฆังโฆษิตาราม

    วัดระฆังโฆษิตาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านตะวันตก ตรงกันข้ามกับท่าช้างวังหลวง วัดระฆังโฆษิตาราม เดิมชื่อ วัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เปลี่ยนมาเรียกว่า “วัดระฆัง” ด้วยมีการขุดค้นพบระฆังโบราณที่วัดนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงขอไปไว้ที่หอระฆังในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และโปรดเกล้าฯให้สร้างหอระฆังจตุรมุขถวาย พร้อมทั้งพระราชทานระฆัง 5 ลูก ต่อมาในรัชกาลนี้ ได้มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ทั่วทั้งพระอาราม โดยสมเด็จกรมพระยาเทพสุดาวดี ภายในวัดมีถาวรวัตถุที่สำคัญ ที่ถือได้ว่าเป็นชั้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ก็ว่าดังนี้


    พระปรางค์ ถือกันว่าพระปรางค์วัดระฆังเป็นแบบฉบับสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ยุคต้น ที่มีสัดส่วนรูปทรงงดงาม ลักษณะเป็นปรางค์โดดๆ ไม่มีมุขหน้าต่อด้วยวิหาร เช่น ปรางค์ในสมัยลพบุรี สุโขทัย หรืออยุธยา พระปรางค์องค์นี้สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ครั้งที่ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลต่อๆมาก็ได้มีการนิยมสร้างพระปรางค์แบบนี้ แต่ทรวดทรงไม่งามเท่า


    พระอุโบสถ สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากเสนาสนะสงฆ์ ภายในวัดถูกเพลิงไหม้ ส่วนพระอุโบสถเดิมยกเป็นพระวิหาร พระอุโบสถวัดระฆังมีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะใต้เพดานมุขหน้าและหลังมีการทำซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเป็นลักษณะการทำมุขหน้าที่นิยมทำกันอยู่หลายวัดในเขตธนบุรี พระอุโบสถติดกระจังปูนปั้นปิดเป็นรูปซุ้มหน้าบันทั้งสองด้านเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ประดับลายกนกปิดทองอย่างประณีตเหนือประตูหน้าต่าง บานประตูหน้าต่างเขียนลายรดน้ำปิดทอง มีรูประฆังเป็นเครื่องหมาย พระประธานในพระอุโบสถได้รับการยกย่องว่างดงามมาก และสันนิษฐานว่าจะหล่อในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ ประดิษฐานเหนือชุกชี ประทับนั่งปางสมาธิเพชร มีเศวกฉัตร 9 ชั้น กั้น เป็นเศวกฉัตรที่กั้นพระเมรุมาศเมื่อครั้งถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


    ในพระอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติในมหานิบาตชาดก ที่มีความสำคัญและคุณค่าอย่างยิ่งในงานศิลปะ โดยเฉพาะภาพแสดงเรื่องราวทศชาติ ชุดพระเนมิราชตอนเสด็จเมืองนรก ถือว่าแสดงถึงความเป็นอัฉริยะของศิลปินผู้เขียนคือ พระวรรณวาดวิจิตร์ (ทอง จารุวิจิตร์) นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดารักษาประตูปรากฎที่บานประตูทางเข้าพระอุโบสถ ซึ่งถือว่าเป็นภาพฝีมือชั้นครูเช่นเดียวกัน


    หอพระไตรปิฎก เดิมเป็นตำหนักของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในขณะที่ยังเป็นพระราชวรินทร ในสมัยกรุงธนบุรี ตั้งอยู่ทางด้านหลังทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ ผนังภายนอกทาสีแดง ภายในมีภาพเขียนฝีมือพระอาจารย์นาค ช่างเขียนฝีมือดีในสมัยรัชกาลที่ 1